..สารตกค้าง..

ข้อความที่ตกค้างทิ้งร้างไว้ในความรู้สึก

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม..

February8

http://i13.photobucket.com/albums/a291/mare_feverz/02.jpg

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม..

ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ..

และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ..

…..

เพลงเก๊าเก่า.. แต่คุ้นหูเคยได้ยินมานาน

ช่างเป็นเพลงที่ยกยอตัวเองชะมัด เหมาเอาเองว่าท้องฟ้าที่เธอเห็นนั่นน่ะ ฉันตั้งใจจะทำให้เธอทั้งนั้น ถ้าไม่มีฉันมันคงไม่สวยงามอย่างนี้หรอก

แต่พูดจริงๆ.. แกไปทำอะไรกะท้องฟ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ห๊ะ ?

เอาเถอะ เราจะไม่เถียงกับคนแต่งเพลง

http://i13.photobucket.com/albums/a291/mare_feverz/05.jpg

ช่วงหลังๆ มานี้ รู้สึกว่าตัวเองจะแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าบ่อยขึ้น

และเกือบทุกครั้งจะต้องมองเห็นความงดงามของมัน

แม้ว่าจะชอบเมฆก้อนโตๆ ดูขาวโพลนไปทั่วท้องฟ้า

หรือช่วงเวลาแสงแดดอ่อนๆ ย้อมฟ้าให้กลายเป็นสีส้ม

แต่ท้องฟ้าตอนกลางคืน ยามที่เห็นแค่พระจันทร์ หรือดวงดาวก็สวยงาม เย็นใจไม่แพ้กัน

สรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ท้องฟ้าก็มีพลังดึงดูดให้ต้องมองได้ทุกครั้ง

และในทุกๆ วัน ท้องฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไป ให้เราได้ชื่นชมในมุมมองใหม่ๆ ได้เสมอ

ไม่เคยรู้สึกว่ามีวันไหนซ้ำกัน

หรือแม้กระทั่งในเวลาเดียวกัน เพียงแค่หันมองไปอีกด้าน เปลี่ยนมุมมองไปอีกมุม ท้องฟ้าก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันแล้ว

และยิ่งมองมากเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนต้องมนต์ให้หลงใหลไปในความสวยงามที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมามากขึ้นทุกที

http://i13.photobucket.com/albums/a291/mare_feverz/06.jpg

ถ้าหากคุณไม่เคยมองท้องฟ้า ปล่อยให้ตัวและใจ อุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั่งมองแต่สิ่งของ และเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น ลองเปิดตัวเองสู่โลกภายนอกสักครั้ง เหลียวมองท้องฟ้าทุกครั้งที่มีโอกาส และชื่นชมในความงามของมัน

หาสุนทรียะให้ตัวเองบ้าง

แล้วคุณจะรู้ว่า โลกของเราน่าอยู่กว่าที่คิด

และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมองท้องฟ้า ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า

“ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ”

http://i13.photobucket.com/albums/a291/mare_feverz/03.jpg

posted under Life, Love | 3 Comments »

Help Hope Haiti

January27

http://graphics8.nytimes.com/images/2004/09/24/international/haiti.184.4.650.jpg

Haiti หรือ เฮติ ประเทศในแถบลาตินอเมริกาที่ไม่เคยได้ยินชื่อ และไม่เคยสนใจมาก่อน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนทั้งโลก เมื่อแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้ทำลายตึกรามบ้านช่อง และคร่าชีวิตผู้คนในเฮติไปจำนวนมหาศาล

เนื่องจากเป็นประเทศที่เดิมมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี เมื่อเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้น จึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากนัก ทำให้บรรดาองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรให้ความช่วยเหลือต่างๆ ต้องยื่นมือเข้าไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้อาคาร ช่วยเหยื่อผู้รอดชีวิต หรือแม้กระทั่งดูแลจัดหาสิ่งของ อาหารและน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

นอกจากจะเกิดความทุกข์ร้อนจากภัยธรรมชาติแล้ว ยังถูกซ้ำเติมให้ลำบากด้วยน้ำมือเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติด้วยกัน เมื่อชีวิตความเป็นอยู่หลังแผ่นดินไหวเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงเกิดมิจฉาชีพขึ้นมา ปล้น ฆ่า เพื่อนร่วมชาติผู้ประสบเหตุด้วยกันเอง

เฮติกลายเป็นนรกบนดินในสายตาของชาวโลก ที่ทุกคนประสงค์จะให้ความช่วยเหลือให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้ด้วยดี

ทั่วโลกจึงมีการบริจาคเงินและระดมทุน ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน เพื่อสมทบทุนให้องค์กรต่างๆ นำไปช่วยเหลือชาวเฮติต่ออีกที

…..

http://photos-c.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc3/hs123.snc3/17035_270353409454_258106919454_3162105_452921_n.jpg

ที่ประเทศไทยเองก็เช่นกัน นอกจากจะมีการเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคจากบุคคลทั่วไปแล้ว

ยังมีการจัดงาน “Help Hope Haiti” ขึ้นที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิร์ล ที่มีเหล่าศิลปิน-ดารามากมาย ไร้สังกัด ไร้ค่าย มารวมตัวกัน เพื่อกระตุ้นให้คนมาช่วยบริจาคช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

โดยความคิดที่จะจัดงานนี้ เริ่มต้นจากความคิดของ จ๋า ยศสินี, กาละแมร์ พัชรศรี และกลุ่มเพื่อน จากงานเล็กๆ ทำเสื้อยืดขายไม่กี่ตัว ก็ได้รับความสนใจจากคนอื่น จึงมีหลายคนมาร่วมลงแรง ลงกาย และลงทุนทรัพย์ เพื่อให้งานยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น กลายเป็นงานคอนเสิร์ตที่รวมรวบศิลปินไว้หลายคน หลายรูปแบบ

เสร็จสิ้นงานสามารถรวบรวบเงินไปได้ทั้งสิ้นราวๆ 3 ล้านบาท

อาจไม่ใช่จำนวนตัวเลขที่เยอะมากมายสำหรับบางคน แต่ถ้าเทียบกับพลังมวลชนที่หลั่งไหลกันเข้ามาบริจาค ภายในวันเดียวทุกคนที่เดินทางมาร่วมบริจาค สามารถบริจาคได้ถึง 3 ล้าน ก็นับว่ามากแล้ว ที่สำคัญจำนวนเงินคงไม่สำคัญเท่ากับการได้เห็นคนไทยร่วมมือร่วมใจกันทำความดี แม้เราจะไม่ใช่ชาติมหาอำนาจผู้มั่งมี แต่เราก็ยังมีน้ำใจเผื่อแผ่ เจียดรายได้ในส่วนของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ร้อนกว่า

…..

ถ้าจะพูดไป การช่วยเหลือเฮติครั้งนี้ ก็ทำให้เห็นพลังอิทธิพลของสื่อ การประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ภาพดูรุนแรงติดอยู่ในใจจนผู้คนต้องออกมาช่วยเหลือ และการทำให้เหมือนว่ามันเป็น “กระแส” ที่หากใครไม่ช่วย หรือหลุดพ้นจากเรื่องนี้ไป จะดูตกขอบจากสังคมไปนั้น

ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า “สื่อ” มีอิทธิพลมากมายต่อการดำเนินชีวิตของคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้ในทางสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ หรือหยิบฉวยโอกาสเอาไปทำร้าย ทำลายกันเอง

ถ้าหากสื่อ และพลังมวลชน สามารถรวมรวบเงินเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้มากขนาดนี้

อยากให้ลองหันมามอง ผู้คนมากมายในประเทศที่กำลังเดือดร้อนไม่แพ้กับชาวเฮติ หากยื่นมือไปช่วยเหลือเขาได้สักเสี้ยวของที่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก ก็คงจะทำให้คนในประเทศอีกมากได้รับโอกาสที่ดีกว่านี้

อย่ามองเพียงแค่คนที่อยู่ไกลๆ ที่ภาพมันดูยิ่งใหญ่ เป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป

ลองหันกลับมามองคนข้างๆ ที่เขาอาจจะรอความช่วยเหลือจากคุณอยู่เหมือนกัน

posted under Life | 1 Comment »

พบเพื่อลาจาก

January26

http://www.babapandey.com/wp-content/uploads/2009/11/relationships-2.jpg

คนเรา พบกันเพื่อลาจากสินะ..

ไม่ว่าจะจากเป็น หรือ จากตาย ยังไงก็ต้องจากกันอยู่ดี

ฟังดูเจ็บปวด.. ถ้าเราจะต้องพรากจากกัน แล้วเราจะมาเจอกันทำไมตั้งแต่แรก..?

เพื่อเป็นบททดสอบให้คนเราแข็งแกร่งขึ้นจากการต้องแยกจาก?

เพื่อให้เราร้องไห้จะเป็นจะตายกับการสูญเสียคนรัก?

หรือเพื่อให้เรามีช่วงเวลาดีๆ ให้ได้จดจำ?

ลองคิดกลับกัน ถ้าในชีวิตเราไม่เคยพบเจอผู้คนใดๆ เลย ไม่เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับใคร โลกของเราจะเงียบเหงาแค่ไหน

ถ้าไม่เคยมีเสียงหัวเราะร่วนด้วยกัน

ถ้าไม่เคยมีการหยอกล้อกับใคร

ถ้าไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร

ถ้าไม่เคย “รัก” ใครสักคน

ชีวิตเราคงอยู่อย่างแห้งแล้ง เพื่อรอวันจะจากโลกนี้ไปเพียงลำพัง

ที่จริง เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตเราจะมีค่ามีความหมายอะไรให้ดำรงอยู่ต่อไป

การพบกัน แม้การลาจากจะทำให้เจ็บปวดรวดร้าว ปริ่มว่าใจจะขาด จนเหมือนว่าใจคนจะไม่สามารถทนรับมันได้ แต่ “การพบกัน” ก็เกิดขึ้นเพื่อให้เรามีความทรงจำดีๆ ให้ได้จดจำ ให้ได้ระลึกถึงแล้วมีรอยยิ้มที่มุมปาก ให้ได้มีช่วงเวลาแห่ง “ความสุข” ถึงแม้ว่าบางครั้งมันจะปะปนมากับความทุกข์

แต่บ่อยครั้งที่ความทุกข์ที่เข้ามา กลับทำให้ความสัมพันธ์ของคนเรากระชับสนิทแนบแน่นขึ้น

ในเมื่อเรารู้อยู่แล้ว ว่าการพบเจอกันของเรา สักวันจะต้องจากกัน ไม่ว่าใครจะเป็นคนเริ่มต้นก้าวเดินออกไปจากวงเวียนแห่งความสัมพันธ์นี้ก็ตาม

แต่ยังไงซะ วันนั้นก็ต้องมาถึง..

ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แก่ใจ แต่ทำไมคนเรามักจะละเลยเวลาอันมีค่าที่จะได้ใช้ร่วมกัน

http://www.getentrepreneurial.com/images/relationship.jpg

บางคนทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง มีปากเสียงกันเป็นเวลานาน

บางคนง้องอนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เปลืองเวลาไปแค่ไหน

บางคนเอาเวลาไปจงเกลียดจงชัง อาฆาตมาดร้ายกับคนที่เคยทำดีๆ ด้วยตั้งเท่าไหร่

ในเมื่อเราจะต้องลาจากกันอยู่แล้วในสักวันนึง ทำไมไม่ทำให้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้มีความสุขที่สุด

ให้สมกับเป็นเวลาอันมีค่า ที่มีอยู่อย่างจำกัด

ทำให้การพบกัน.. ไม่ใช่เพื่อลาจาก.. แต่เพื่อสร้างความรู้สึก ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับใครสักคน

เป็นประสบการณ์ชีวิตให้เราได้จดจำไปจนวันตาย

ให้ได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งเราได้พบกัน เราได้ใช้เวลาที่มีด้วยกันอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรให้นึกเสียดาย และไม่ต้องการย้อนกลับไปแก้ไขอะไรอีก

และเผื่อว่าถ้าชาติหน้ามันมีจริง… เราจะได้ไปใช้ช่วงเวลาที่ดีด้วยกันต่อในภพนั้นไง

posted under Life, Love | 1 Comment »

25.01.2553

January25

วันแรกที่ “สารตกค้าง” ได้เปิดตัวสู่โลกอย่างเป็นทางการ

ถัดจากวันเกิดปีที่ 23 มา 2 เดือนพอดิบพอดี

ไม่ได้เป็นความตั้งใจอะไร แค่เป็นความบังเอิญที่ลงตัวเท่านั้น

…..

“สารตกค้าง” ไม่ได้หมายถึง สารเคมี หรือ สารพิษ อันตรายที่ติดอยู่ในอาหารหรือสถานที่บางแห่ง

“สาร” ในทีนี้ หมายถึง “ข้อความ”, “ตัวหนังสือ”, หรือ “เรื่องราว”

ที่ “ตกค้าง” อยู่ในความรู้สึก ที่อยู่ในจิตใจ ที่ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาให้ผู้อื่นรับรู้

“สารตกค้าง” ในที่นี่จึงเป็นตัวแทนที่จะถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราว ความคิด และความรู้สึกทั้งหลาย ที่ถูกเก็บไว้ในใจไม่เคยได้เปิดเผยให้ผู้คนอื่นได้รับรู้ ออกมาสู่ภายนอกให้ได้เห็น ได้สัมผัส ด้วยการอ่าน

หวังว่า “สารตกค้าง” จะสามารถดึงเอาก้นบึ้งของอารมณ์และความคิดของคุณ

ออกมาเปิดเผยได้โดนใจ

กระแทกลงไปที่ความรู้สึกของคุณ

…..

ขอให้สนุกกับทุกตัวหนังสือที่บรรจงร้อยเรียงมาเป็นข้อความให้ได้อ่านกัน

posted under Life | 2 Comments »