เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม..

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม..
ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ..
และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ..
…..
เพลงเก๊าเก่า.. แต่คุ้นหูเคยได้ยินมานาน
ช่างเป็นเพลงที่ยกยอตัวเองชะมัด เหมาเอาเองว่าท้องฟ้าที่เธอเห็นนั่นน่ะ ฉันตั้งใจจะทำให้เธอทั้งนั้น ถ้าไม่มีฉันมันคงไม่สวยงามอย่างนี้หรอก
แต่พูดจริงๆ.. แกไปทำอะไรกะท้องฟ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ห๊ะ ?
เอาเถอะ เราจะไม่เถียงกับคนแต่งเพลง

ช่วงหลังๆ มานี้ รู้สึกว่าตัวเองจะแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าบ่อยขึ้น
และเกือบทุกครั้งจะต้องมองเห็นความงดงามของมัน
แม้ว่าจะชอบเมฆก้อนโตๆ ดูขาวโพลนไปทั่วท้องฟ้า
หรือช่วงเวลาแสงแดดอ่อนๆ ย้อมฟ้าให้กลายเป็นสีส้ม
แต่ท้องฟ้าตอนกลางคืน ยามที่เห็นแค่พระจันทร์ หรือดวงดาวก็สวยงาม เย็นใจไม่แพ้กัน
สรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ท้องฟ้าก็มีพลังดึงดูดให้ต้องมองได้ทุกครั้ง
และในทุกๆ วัน ท้องฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไป ให้เราได้ชื่นชมในมุมมองใหม่ๆ ได้เสมอ
ไม่เคยรู้สึกว่ามีวันไหนซ้ำกัน
หรือแม้กระทั่งในเวลาเดียวกัน เพียงแค่หันมองไปอีกด้าน เปลี่ยนมุมมองไปอีกมุม ท้องฟ้าก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันแล้ว
และยิ่งมองมากเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนต้องมนต์ให้หลงใหลไปในความสวยงามที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมามากขึ้นทุกที

ถ้าหากคุณไม่เคยมองท้องฟ้า ปล่อยให้ตัวและใจ อุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั่งมองแต่สิ่งของ และเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น ลองเปิดตัวเองสู่โลกภายนอกสักครั้ง เหลียวมองท้องฟ้าทุกครั้งที่มีโอกาส และชื่นชมในความงามของมัน
หาสุนทรียะให้ตัวเองบ้าง
แล้วคุณจะรู้ว่า โลกของเราน่าอยู่กว่าที่คิด
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมองท้องฟ้า ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า
“ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ”




